วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

FAST ใน trauma

FAST or focus abdominal sonographic for trauma คือเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ณ ห้องฉุกเฉิน แต่ต้องเข้าใจถึงหลักการที่จะแปลความหมายของมันด้วย ในคนไข้ trauma เมื่อคนไข้มีภาวะ hypotension หรือเคยมีประวัติ hypotension การทำ FAST จะเข้ามามีบทบาททันที เพื่อที่จะประเมินว่าใน 4 จุดที่เราดูนั้นมี free fluids อยู่หรือไม่ ไม่ได้เอาไว้ตรวจหาในกรณีที่คนไข้มีอาการทางหน้าท้องอยู่แล้ว ซึ่งมักจะใช้ผิดในกรณีดังต่อไปนี้ เช่น คนไข้ trauma ไม่มีภาวะ hypotension เลย ,มีประวัติโดนกระแทกเข้าที่ท้องและตรวจร่างกายมี peritonitis แล้วเป็นต้น กรณีนี้ไม่ต้องทำ FAST เพราะมี indication ของการเปิดช่องท้องผ่าตัดอยู่แล้ว การทำไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจทำให้การวางแผนรักษาสับสนด้วย

1 ความคิดเห็น:

  1. ของอนุญาตแบ่งบันประสบการณ์การใช้ FAST

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมอหนุ่มรูปงานนามไพเราะท่านหนึ่ง
    กำลังนั่งอยู่เวรบ่าย ใน ER โรงพยาบาลบนเทือกเขาสูงๆๆๆๆๆๆๆ
    บรรยากาศวันนั้นถือว่าดีมาก
    ทุกอย่างดูสงบเงียบดี
    หมอหนุ่มมีเวลานั่งคุยกับพี่พยาบาล
    อาหารการกินเพียบและที่ขาดไม่ได้คือนินทา บุคคลที่สาม (ภารกิจหลักประจำวัน)

    และแล้วก็มีโทรศัพท์จากหน่วยกู้ชีพว่า จะส่งคนเจ็บที่ไปเก็บมาจากเหว
    และผู้บาดเจ็บไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหมอด้วย มากันพร้อมทั้งคณะ ทั้งนักเรียนและศิษย์
    มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากับคณะทัวร์นี้ด้วย แถมเป็นหมอศัลย์อีก

    เราตอนนั้น บอกเลยว่า เอางัยดีหว่ะเนี้ย
    เราก็แค่หมอเด็กๆ หนุ่มๆ หล่อๆ เท่านั้น จะไปทำอะไรกับคณะนี้ได้
    หน้าห้องER เต็มไปด้วยเพื่อนแพทย์
    เราทำได้เพียงวัด BP พบว่า BP drop E1 VT M1
    Primary survey จากนั้นก็บรรจงเทน้ำเทท่าใส่เข้าไปจน BP ดี
    เจาะ Hct ก็พบว่าเหลือไม่ถึง 25%

    จากนั้น พี่หมอศัลย์ที่มากับคณะทัวร์ก็คงโทรหาเพื่อนเขาที่เป็นหมอกระดูกให้มาดู

    และแล้วปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
    นับตั้งแต่ก่อสร้างโรงพยาบาลนี้มาคือ ……
    หมอศัลย์เดินมาดูทันที ตรวจนิวโร และทำ FAST เนี้ยแหละ
    (ไม่อยากคุยว่าตอนนั้นในโรงพยาบาลบนเทือกเขามี U/S อยู่ด้วย)

    ทำไปก็ไม่เจออะไร

    ตามมาด้วยหมอกระดูกก็บรรจงตรวจกระดูกทั่วทั้งร่างกายไม่เว้นแม้กระดูกปลายนิ้ว
    ตรวจกระดูกสะโพก(ไม่รู้ว่าภาษาแพทย์เขาเรียกว่าอะไร)
    สรุปว่า ไม่มีภาวะที่หมอกระดูกต้องไปยุ่ง

    หมอสูติก็มาดู ก็บอกว่าไม่ใช่ภาวะทางสูติ

    หมอศัลย์นิวโร ก็มาดู แล้วก็บอกว่า ต้อง CT ส่วนเรื่อง BP สงสัยเสียเลือดจากเลือดออกจาก Scalp bleeding

    ไอ้เรา เป็นหมอเด็กๆ อยู่วงนอก
    ปล่อยให้พี่ๆจัดการ มีหมอทุกสาขา มาดูมาให้กำลังใจ
    สุดท้ายพี่หมอศัลย์ท่านนั้นไม่สบายใจเรื่อง BP เลยตัดสินใจเปิดช่องท้อง

    ระหว่างนั้น บรรดาเพื่อนคณะทัวร์ที่รอหน้าอER ก็โทรศัพท์กันเป็นว่าเล่น
    ท่าทางเครียดมาก
    ทางโรงพยาบาลก็เลย ตอนรับด้วยการเปิดห้องพิเศษให้เพื่อนร่วมคณะเข้าไปพักผ่อน

    พอแพทย์ทุกท่านหายไปแล้ว
    ก็เหลือหมอหนุ่มและพี่หมอศัลย์ที่กำลังงงอยู่

    หมอหนุ่มเลยต้องมาดูคนไข้ มาจัดการเรื่อง BP ทำ Cutdown
    ให้ antibiotics ครั้นจะให้ ampi+ genta ก็ไม่สมศักดิ์ศรี
    เลยให้ Ceftriazone แล้วก็ดูอาการต่อจนทุกอย่างดี
    ต้องมานั่งเขียน Order จัดการทุกอย่าง จนส่งขึ้นไป
    ใช้เวลาพอสมควรที่เดียว

    เข้าใจถึงประโยค มากหมอมากความ ก็วันนั้น


    หลังผ่า แต่ไม่พบอะไร ได้ให้อยู่ใน ICU ต่อ
    พี่หมอก็ฝากให้เราดูต่อ
    ระหว่างเดินขึ้นไปดู สวนกับหมอกระดูก และบอกกับผมว่า
    ช่วยดูหน่อยนะ พี่ว่า Urine ออกเยอะจัง สงสัยจะเป็น DI
    (ในใจตอนนั้นบอกว่า ต้องออกเยอะแน่ ก็ตรูเทน้ำเทท่าเยอะซะขนาดนั้น)

    สุดท้าย คนไข้คนนี้ ถูก NR จากหมออายุรกรรม
    ที่มาจากไหนไม่รู้
    ไม่ได้รู้เหตุการณ์ที่หมอท่านอื่นๆเขาสาละวนกันขนาดไหน
    โดยบอกว่า ไม่มีลุ้น (ก็จริงของเขา)

    คืนนั้น ทำเอาหมอหนุ่มอย่างเราไม่ได้นอน
    แต่เราก็ทำเต็มที่ ตามที่ครูบาอาจารย์สอนมา
    และหมอทุกคนที่มารุมกันวันนั้น ทุกท่านก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว
    ถึงแม้ได้ผลการรักษาที่ไม่ดีนัก

    วันนั้น เราใช้เวลาตัดสินใจว่าจะเปิดช่องท้องเลยดีไหม นานมาก
    โดยมีผล FAST มาเป็นตัวกวน
    และหมอนิวโรศัลย์ดันมาบอกว่า น่าจะเกิดจาก Scalp bleeding
    พี่หมอศัลย์ สองท่าน สองสำนัก เงียบ ดูท่าที และปรึกษากัน
    เวลาผ่านไป เลยตัดสินใจเปิดท้องดีกว่า
    และปล่อยให้หมอหนุ่ม เทน้ำเทท่ากันต่อไป

    สรุป เลยไม่รู้ว่า FAST มันดีหรือไม่ดีกันแน่

    แต่เท่าที่มาอ่านบทความของหมอต้น ผมว่า FAST ก็ไม่เลวนะครับ




    ไม่รู้ว่าบทความนี้สมควรเผยแพร่หรือไม่ แล้วแต่หมอต้นเป็นผู้พิจารณา

    ตอบลบ